อัปเดตล่าสุด :

สาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาค 1 (2545)


อิศร์ ผู้จัดการแผนกส่งเสริมการขายของบริษัทแห่งหนึ่ง มีสุวิทย์ เป็นประธานบริษัท อิศร์เริ่มงานที่นี่ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ เขาเป็นคนเก่ง มีความสามารถมาก จึงได้เลื่อนเป็นผู้จัดการในเวลาไม่นานเขาเป็นคนโชคดีทั้งเรื่องงานและความรัก เพราะนันทวดี แฟนสาวเป็นลูกสาวคนเดียวของสุวิทย์ อิศร์มีเพื่อนสนิทชื่อ ทวี ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายโฆษณา และมีคู่แข่งคู่ปรับคนสำคัญคือ ณรงค์ ผู้จัดการทั่วไป
                ณรงค์เกลียดอิศร์เพราะเขาเก่งและหล่อ จนทำให้จีบนันทวดีได้สำเร็จ ณรงค์พยายามจีบเธอเช่นกัน แต่เธอไม่เคยสนใจเขาเลย ณรงค์รักนันทวดีจริงๆ เมื่อนันทวดีเป็นแฟนกับอิศร์ณรงค์แค้นใจมาก เขาคิดว่าอิศร์จีบเธอเพราะเธอรวย อิศร์คิดรวยทางลัดเป็นหนูตกถังข้าวสาร และณรงค์ก็ไม่เคยละโอกาสที่จะทำร้ายอิศร์ จนทำให้ทั้งคู่เกือบมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้ง ทวีต้องทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยตลอดเวลา ดีที่อิศร์เป็นคนมีเหตุผลและใจเย็น จึงเป็นฝ่ายนิ่งเสียทุกครั้ง แทนที่จะเป็นผลดีกับกลายเป็นจุดอ่อนให้ณรงค์โจมตีได้อีกว่าเป็นเรื่องจริงถึงไม่แก้ตัว แถมยังแหยอีกต่างหาก อิศร์ได้แต่อดทน เขาคิดว่าความจริงก็คือความจริง ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นอย่างที่ณรงค์กล่าวหาก็ไม่ต้องเดือดร้อน ที่สำคัญเขากับนันทวดีก็ยังรักกันดี ครอบครัวเขาประกอบด้วย ดรุณี น้องสาวอายุ 20 ปี และพงษ์ น้องชายวัย 9 ขวบซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจ เงินเดือนของอิศร์ส่วนใหญ่หมดไปกับค่าผ่อนบ้านและค่ารักษาตัวของพงษ์ ดรุณีเองก็ช่วยเหลือด้วยการรับหน้าที่เป็นแม่บ้าน ดูแลงานทุกอย่าง ดูๆ ไปอิศร์ก็มีความสุขตามสมควร จนกระทั่งวันหนึ่งนันทวดีเกิดอยากดูคอนเสิร์ตนักร้องดังจากอเมริกาที่มาเปิดการแสดงในเมืองไทย เธอมาขอให้เขาพาไปดูอิศร์บอกเธอตรง ๆ ว่าบัตรแพงมาก ถ้าจะดูชนิดใกล้เวทีอย่างที่ นันทวดีชอบ ก็ต้องเสียเงินมาก เขาขอซื้อบัตรในราคาถูกกว่านี้ นันทวดีก็ไม่ยอมและเริ่มหาเรื่องกระบึงกระบอน เธอเป็นผู้หญิงสวยที่เจ้าอารมณ์และเอาแต่ใจตัวเองที่สุด นันทวดีโวยวายเมื่อไม่ได้ดังใจเธอบอกอิศร์ว่าเธอจะไปกับคนอื่นที่เขามีปัญญาซื้อบัตรพาเธอไปได้ แล้วอิศร์จะเสียใจ ก่อนจะงอนป่องๆออกไป อิศร์ได้แต่มองตามอย่างกลุ้มใจ แต่ไม่มีอารมณ์ง้อ เพราะเขามีแผนงานด่วนที่จะต้องเตรียมเพื่อเข้าประชุมในวันรุ่งขึ้น อิศร์พยายามรวบรวมสมาธิทำงานแต่ไม่สำเร็จ แผนงานที่วางไว้คร่าวๆ ถูกขยำลงตะกร้าแผ่นแล้วแผ่นเล่า จนอิศร์ตั้งใจว่าจะไปทำงานต่อที่บ้าน อิศร์ทำงานจนดึก รุ่งขึ้นเขามาประชุมแบบสลึมสลือ พอพบนันทวดีหน้าห้องประชุม อิศร์ก็แทบจะลากลับบ้าน เพราะเธอหน้างอทำท่าพร้อมจะมีเรื่องกับเขาตลอดเวลา พอเริ่มประชุมไม่นานอิศร์ก็ต้องตาสว่างงงกับแผนงานของณรงค์ที่ลุกขึ้นแถลงในที่ประชุม เพราะนั่นคือแผนงานของเขาทั้งหมด ณรงค์ไปเอามาจากไหน มันเป็นไปไม่ได้ที่คนสองคน จะคิดเหมือนกันกระทั่งตัวเลข อิศร์มาคิดออกว่าเขาขยำแผ่นงานไว้ในตะกร้านั่นเอง อิศร์ยอมไม่ได้ที่จะถูกขโมยความคิดอย่างนี้ เขาลุกขึ้นประท้วงกลางห้องประชุม แต่กลับกลายเป็นตัวตลก ในเมื่อไม่มีใครฟังเขา อิศร์ผลุนผลันกลับไปรื้อค้นตะกร้าขยะในห้อง อิศร์รื้อค้นเหมือนคนบ้า แต่ไม่พบเอกสารฉบับร่างตามที่คาดไว้จริง ๆ เมื่อเขากลับมาก็พบกับสายตาเยาะเย้ยของณรงค์ แววตาสะใจปนสมเพชของนันทวดีและแววตาของกรรมการคนอื่น ๆ ที่มองเขาเป็นตัวตลก อิศร์เริ่มหมดกำลังใจ ทวีเดินเขามาปลอบให้เขากลับไปพักผ่อน อิศร์แวะถอนเงิน 2 หมื่นบาทสำหรับจ่ายค่าบ้าน และเดินเรื่อยเปื่อยในห้างสรรพสินค้า อิศร์รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เขาโชคร้ายที่สุด เมื่อจะหยิบกระเป๋าเงินออกมาซื้อของให้พงษ์แล้วไม่มี นอกจากจะทะเลาะกับแฟน ถูกเพื่อนขโมยความคิด และยังถูกล้วงกระเป๋าอีกต่างหาก ด้วยความเซ็งเขาขับรถไปเรื่อยๆ จนค่ำ มารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่ซอยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ทิ้งขยะของกทม.
           ตรงหน้าเขาคือขยะกองโต ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง เขาเห็นหญิงชราคนหนึ่งกำลังคุ้ยเขี่ยกองขยะหาของที่พอจะมีค่าเพื่อนำไปขาย เขามองแกอย่างสงสารและนึกขำๆ ว่าวันนี้เขาก็ค้นของเหมือนแกเช่นกัน ขณะนั้นเองก็มีชายหนุ่มท่าทางติดยาตรงเข้ามาไถเงินหญิงแก่แกไม่ยอมให้ แต่ชายคนนั้นก็ข่มขู่จะเอาให้ได้ ภาพหญิงชราที่ถูกรังแก ทำให้อิศร์ทนไม่ได้ เขาตรงเข้าไปช่วยหญิงชราทันที ส่วนจิ๊กโก๋ขี้ยาก็รีบแผ่นหนีเช่นกันเมื่อเห็นว่าอิศร์เอาจริง เมื่อจิ๊กโก๋ไปแล้วอิศร์ควานกระเป๋ากางเกงหยิบเศษเงินที่เหลือจากรับประทานอาหารกลางวันราว 400 บาทเศษ ซึ่งเป็นเงินทั้งหมดที่เขามีติดตัวตอนนั้น ให้หญิงชราที่หน้าสงสาร แต่แกก็ไม่ยอมรับเงินง่ายๆ เมื่ออิศร์เซ้าซี้และบอกว่าเขาอยากช่วยแกและอยากทำบุญบ้าง หญิงชราก็ยอมรับเงิน ก่อนจากกัน แกหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาส่งให้เขา แกกำเอาไว้ในมือและให้เขาแบมือ อิศร์ไม่ยอมรับ หญิงชราบอกว่าเป็นของที่ระลึกจากแกสำหรับคนดีๆ อย่างอิศร์ ซึ่งถ้าไม่รับแกก็ไม่รับเงินเช่นกัน อิศร์จึงยอม เมื่อเขาแบมือออกมาจึงเห็นว่าของสิ่งนั้นคือตะเกียงแก้วคริสตัลใบจิ๋ว ขอบของตะเกียงเป็นสีทองสุขปลั่ง เมื่อเนื้อแก้วใสส่องประกายระยับ หญิงชราบอกเขาว่าให้เก็บรักษาตะเกียงนี้ไว้กับตัว เพราะมันจะนำโชคมาให้เขา อิศร์มองตะเกียงในมืออีกครั้งยิ้มๆ ใจเขาคิดถึงอาลาดินกับตะเกียงวิเศษ ถ้าเป็นตะเกียงวิเศษจริง เขาก็คงโชคดีมียักษ์ออกมาช่วย แก้ไขสถานการณ์ในทุกเรื่อง อิศร์มองตะเกียงอีกครั้ง จึงคิดได้ว่ามันสวยมากและน่าจะขายได้ราคา เขาจึงคิดจะคืนให้กับหญิงชรา แต่เมื่อเขาหันกลับไปก็ไม่เห็นเงาของหญิงชราเสียแล้ว อิศร์ทั้งขับรถวนหาก็หานางไม่เจอ เขาแปลกใจที่นางหายไปแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ อิศร์ขับรถกลับบ้านอย่างเซ็ง ๆ ก่อนนอนเขาหยิบตะเกียงออกมาดูอีกครั้ง ก่อนจะวางไว้ที่หัวนอน คืนนั้นอิศร์ฝันว่ามีสาวน้อยหน้าหวาน ตาคม แต่งตัวเหมือนสาวอาหรับในนิยายอาหรับราตรี มาบอกเขาว่าเธอจะมาอยู่กับเขา เธอเรียกเขาว่า เจ้านาย และบอกว่า เธอชื่อ เจนนี่ ก่อนจะหายไปกับควันขาวจางๆ วันรุ่งขึ้นอิศร์ต้องพาพงษ์ไปหาหมอตามกำหนดนัด ก่อนออกจากห้องอะไรบางอย่างทำให้อิศร์หยิบตะเกียงจิ๋วใส่กระเป๋ากางเกงไปด้วย เขาพาพงษ์ไปซื้อของเล่นเป็นรางวัลที่สอบได้คะแนนดี พงษ์เลือกปืนปลอมซึ่งทำเหมือนของจริงมาก ระหว่างที่รอตรวจอยู่ในโรงพยาบาลก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งถือปืนเข้ามาในโรงพยาบาล เขาต้อนทุกคนเขาไปรวมกัน และให้ปลดทรัพย์สินออกมากองไว้ อิศร์กอดพงษ์ไว้แน่น เขาคิดว่าน้องชายจะกลัวจนช็อค ในช่วงเวลานั้นเองอิศร์ก็ได้ยินเสียงหวานใสเรียกเขาว่าเจ้านาย เมื่ออิศร์หันไปก็พบสาวน้อยหน้าหวานตาคม คนที่เขาฝันถึงเมื่อคืน เจ้าหล่อนอยู่ในชุดพยาบาลและมอบอยู่ใกล้เขา เธอบอกให้เขาลุกขึ้นไปจัดการกับโจรนั้น โดยใช้ปืนปลอมของพงษ์ อิศร์ลังเลแต่เมื่อเธอบอกว่าเธอจะช่วยและที่สำคัญถ้าเขามั่วช้าเกิดโจรคลุ้มคลั่งยิงตัวประกันขึ้นมา เรื่องจะลุกลามใหญ่โต วินาทีนั้น โจรเล็งปืนมาทางพงษ์ อิศร์จึงตัดสินใจเมื่อโจรบอกให้เขาลุกขึ้นรวบรวมรัพย์สินใส่ถุงให้มัน อิศร์แอบเหน็บปืนของพงษ์ไปด้วย เขาทำทีทำตามมันสั่งอย่างหวาดกลัว เมื่อเห็นมันเผลอเขาก็เข้ารวบตัวล็อกคอมันไว้ โดยใช้ปืนปลอมออกมาจ่อหลังโจรร้ายกลัวจนเหงื่อแตก เมื่ออิศร์ปลดปืนออกจากมือมันได้แล้ว พวกผู้ชายก็เข้ามาช่วยกันจับโจรมัดไว้ทันที และเป็นจังหวะเดียวกับที่ตำรวจมาถึง เมื่อนักข่าวรู้ว่าอิศร์คือผู้กล้าหาญแก้ไขสถานการณ์วิกฤติก็รุมถ่ายภาพสัมภาษณ์มากมาย ทุกคนทึ่งกับการที่เขาใช้ปืนปลอมขู่จับคนร้ายได้ พงษ์ปลื้มมากที่พี่ชายของเขาเก่งเป็น Hero ส่วนอิศร์ไม่สบายใจเลยกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาไม่อยากเป็นคนดังและเขาก็รู้ดีว่าคนที่ช่วยเหลือคือสาวน้อยลึกลับคนนั้นต่างหาก เขาอยากรู้ว่าเธอเป็นใครกันแน่ คืนนั้นดึกมากแล้ว ขณะที่ทุกคนในบ้านของอิศร์กำลังหลับสบาย โจรงัดแงะ 2 คน ปีนเขามาในห้องของอิศร์ พวกมันรื้อค้นหาทรัพย์สินต่าง ๆ และกำลังจะเปิดตู้เซฟ แต่แล้วพวกโจรก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่ามีเงาดำห้อยลงมาจากเพดาน เมื่อพวกมันเงยหน้าขึ้นไปก็พบร่างของผีตายซากห้อยลงมา เละเฟะทั้งตัว 2 โจรเผ่นแบไม่คิดชีวิต เสียงร้องโวยวายของมันปลุกให้อิศร์ตื่นขึ้นทันที เขาได้เห็น 2 โจรวิ่งอ้าวออกจากบ้าน และทันได้เห็นสาวน้อยหน้าหวานชั่วกระพริบตาก่อนจะเป็นควันหายไป เขางงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทบทวนเรื่องทั้งหมด อิศร์ลองหยิบตะเกียงใบจิ๋วออกมาดูอย่างไม่แน่ใจ เขาลูบตะเกียงเบาๆ ก่อนจะเรียกเจนนี่ อิศร์ต้องตกใจเมื่อปรากฏควันขาวจางพวยพุ่งออกมาจากตะเกียง แล้วค่อยร่วมตัวกันเป็นสาวน้อย หน้าหวานตาคม เธอแต่งตัวเหมือนสาวอาหรับในเทพนิยาย เมื่อเห็นเขานั่งตะลึงและขยี้ตาอย่างไม่แน่ใจ เธอก็หัวเราะตาหวานพราว ก่อนจะบอกเขาเสียงใสว่าเธอชื่อเจนนี่เป็นแม่มดอยู่ในตะเกียง ยายส่งเธอมาอยู่ในตะเกียง ยายส่งเธอมาอยู่กับเขาเพราะมีบุญกรรมร่วมกัน และเธอจะนำโชคมาให้กับเขา


 เพลงประกอบละครสาวน้อยในตะเกียงแก้ว 1



Cr. ปิงวัง ยมน่าน

Share this article :
 
Support : Facebook | Youtube | Google+
Copyright © 2016. LakornTH. ดูละคร - All Rights Reserved
Template Created by LakornTH. ดูละคร Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger