อัปเดตล่าสุด :

คุณพ่อหวานแหวว (2553)

รมิดา (ฝนทิพย์ วัชรตระกูล) สาวสวยหน้าหวานมารอรับ แมนยู (ชญานิน เต่าวิเศษ) ลูกชายวัย 5 ขวบที่โรงเรียนอนุบาล เธอเห็นลูกชายตัวน้อยกำลังผลักอกเด็กชายวัยเดียวกันเซล้มลง รมิดาจำได้ว่าเด็กคนนั้นชื่อ น้องบอย เป็นเด็กที่มีเรื่องทะเลาะกับแมนยูบ่อยๆ หญิงสาวรีบวิ่งไปดึงนายตัวดีออกมาก่อนที่แมนยูจะกระโจนเข้าไปฟัดน้องบอยอีก ครูเวรรีบเข้ามาช่วยแยกเด็กทั้งคู่ออกจากกัน รมิดาต้องช่วยครูเวรไกล่เกลี่ยคู่กรณีอยู่ครู่ใหญ่ พอขึ้นรถสองแม่ลูกก็หน้าบึ้งเข้าหากัน แมนยูมอง “แม่ดา” ตาคว่ำ เด็กชายไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ดาต้องโกรธด้วย ทั้งๆ ที่น้องบอยเป็นฝ่ายหาเรื่องเขาก่อน แมนยูงอนไม่ยอมกินของว่างแสนอร่อยที่แม่ดาเตรียมไว้ให้ บรรยากาศในรถเงียบกริบ ไม่สนุกสนานเหมือนทุกวัน
เมื่อกลับมาถึงบ้าน รมิดาดึงตัวลูกน้อยมาซักถามเรื่องราวทันที เธอแปลกใจที่แมนยูยืนกรานแต่ว่าแกไม่ผิด รมิดาคว้าไม้เรียวทั้งที่ไม่อยากทำ แต่ในเรื่องลูกชายดื้อนักก็ต้องปราบกันบ้าง หญิงสาวฟาดก้นแมนยูไปหนึ่งที เด็กน้อยน้ำตาคลอพึมพำปนสะอื้นว่า “น้องบอยล้อแมนยูว่าไม่มีพ่อ อยู่กับแม่ต้องเป็นตุ๊ดแน่ๆ แมนยูเถียงว่าไม่ใช่...บอยก็ไม่ยอมหยุดล้อ...แมนยูโมโหเลยผลักบอยล้ม....” รมิดาทิ้งไม้เรียวเข้ามากอดลูกชายอย่างสงสาร เธอส่งตัวลูกชายให้พี่เลี้ยงแล้วนั่งซึมหวลคิดถึงอดีต....ที่จริงแล้วแมนยู เป็นลูกชายของ ชาญศักดิ์ (สุรวุท ไหมกัน) กับ สีดา (พรรัมภา สุขได้พึ่ง) แต่แม่ของแกหย่ากับชาญศักดิ์ แล้วไปอยู่อเมริกาตั้งแต่คลอดแมนยูได้ไม่กี่เดือน ชาญศักดิ์จึงเลี้ยงลูกตามลำพัง เขารวยมากเป็นเจ้าของที่ดินและอาคารพาณิชย์หลายแห่ง แค่บริหารจัดการทรัพย์สินที่มีอยู่ก็เกินพอแล้ว เขาโชคดีที่มี สุริยน (พาทิศ พิสิฐกุล) ซึ่งเป็นน้องชายคอยช่วยดูแลอีกแรง......ชาญศักดิ์รู้จักและสนิทสนมกับ สุเทพ (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) พ่อของรมิดา สุเทพเปิดร้านอาหาร เขาเป็นเชฟฝีมือดีจึงมีลูกค้ามาอุดหนุนมากมาย ชาญศักดิ์และแมนยูเป็นลูกค้าประจำจึงคุ้นเคยกับรมิดามาก....แม้จะเป็นสาว หน้าหวาน แต่รมิดาตัดผมสั้น บุคลิกเก๋ เท่ห์ ชวนมอง ดูเผินๆ เหมือนผู้ชายหน้าสวยคนหนึ่ง หญิงสาวค่อนข้างซนแก่น จึงเข้ากับแมนยูได้ดีเด็กชายเองก็ติดเธอมากเช่นกัน รมิดาเข้าใจและเห็นใจแมนยูที่ไม่มีแม่ เพราะเธอเองก็ไม่รู้จัก “แม่” เช่นกัน ในชีวิตเธอมีแต่พ่อสุเทพเท่านั้น เธอเคยถามถึงแม่ สุเทพเล่าให้ฟังอย่างเจ็บปวดว่า...แม่ของเธอเป็นลูกสาวเศรษฐี ไม่อยากจะมากัดก้อนเกลือกินกับพ่อซึ่งเป็นเชฟจนๆ จึงหนีกลับไปอยู่กับพ่อแม่ตั้งแต่รมิดายังแบเบาะ ที่น่าเสียใจคือพ่อเพิ่งรู้ว่าแม่ไม่รักพ่อและเธอเลย ก็เพราะแม่ให้คนสนิทมานัดให้พ่อไปรับที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง โดยบอกว่าจะหนีไปกับพ่ออีกครั้ง แต่เมื่อถึงวันนัดแม่กลับไม่มา แต่มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งมาแทน คนพวกนั้นต้องการกำจัดพ่อกับรมิดา พ่อต้องอุ้มเธอหนีตายกระเซอะกระเซิง....ไม่นานนัก พ่อก็ได้ข่าวว่าแม่แต่งงานใหม่กับลูกชายเจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่ง พ่อจึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารทำมาหากินเลี้ยงรมิดาคนเดียว ซึ่งเธอก็ไม่ทำให้พ่อผิดหวัง นอกจากเรียนเก่งแล้วเรื่องการทำอาหารเธอก็มีฝีมือมากเช่นกัน มิเสียแรงที่สุเทพอุ้มเข้าครัวตั้งแต่เล็กๆ รมิดาจึงมีรสมือที่ไม่ต่างจากสุเทพเลย เธอทำอาหารได้ดีทุกอย่าง ที่ถนัดมากคืออาหารจีน ชาญศักดิ์เห็นลูกชายติดรมิดามาก เขาเองก็อยากให้ลูกมีแม่ ได้มีครอบครัวอบอุ่นเหมือนคนอื่นบ้าง แต่ก็ยังไม่พบใครที่รักและเอ็นดูลูกชายของเขาได้เหมือนเธอ ชาญศักดิ์เฝ้าดูรมิดามานาน และรักเธอในที่สุดเขามั่นใจว่าเธอเป็นคนดีจึงขอรมิดาแต่งงาน ซึ่งสุเทพก็สนับสนุนเต็มที่ ทว่าอีกไม่นานสุเทพเกิดป่วยหนัก ชาญศักดิ์ช่วยรมิดาพาพ่อไปโรงพยาบาล แต่สุเทพอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนตายสุเทพบอกลูกสาวว่าแม่ของเธอชื่อ นัยนา (สุภัทธา ทิวานนท์) เป็นลูกสาวคนเล็กของ ทรงยศ (สมบัติ เมทะนี) กับ สุรีย์ เจ้าของโรงแรมเจสเตอร์ หลังจากแต่งงานกับ ศิริ (ทูน หิรัญทรัยพ์) ทายาทคนเดียวของเจ้าของโรงแรมสยามคอสโม เธอก็เข้ามาบริหารโรงแรมสยามคอสโมเต็มตัว ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว.....การที่สุเทพตัดสินใจบอกความจริงกับรมิดา ก็เพราะไม่ต้องการให้เธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนในตระกูลนี้ไม่ว่าใครทั้งนั้น เมื่อรมิดาจัดการงานศพบิดาและออกทุกข์เรียบร้อย ชาญศักดิ์จึงเริ่มกำหนดงานแต่งงาน รมิดาโชคดีที่ทั้งลูกชายและน้องชายชาญศักดิ์ยอมรับเธอ แต่แล้วก่อนจะถึงวันแต่งงานเพียงสามวัน ชาญศักดิ์ก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต รมิดากับสุริยนจึงต้องช่วยกันจัดงานศพและดูแลแมนยูไปพร้อมกัน...ชาญศักดิ์ เป็นคนรอบคอบมาก เขาทำพินัยกรรมไว้เรียบร้อย ทั้งสุริยน แมนยู และรมิดาต่างก็ได้รับมรดกเป็นทรัพย์สินที่มากพอจะอยู่ได้อย่างสบายไปตลอด ชีวิต....รมิดานั้นรักแมนยูมาก เธอดูแล ตั้งใจเลี้ยงดูเด็กน้อยราวกับเป็นลูกของเธอเอง หญิงสาวทำหน้าที่แม่ได้เป็นอย่างดี เธอไปรับไปส่งแมนยูที่โรงเรียนทุกวัน อาหารการกินก็ทำเอง วิถีชีวิตราบรื่น อบอุ่น มีความสุข.....แต่เหตุการณ์ที่โรงเรียนวันนี้ก็ทำให้รมิดาไม่สบายใจ สุริยนมาหารมิดาก็เห็นเธอนั่งหน้ามุ่ย รมิดาเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟัง เพราะเธอกับเขาก็สนิทกันมาก ชายหนุ่มเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายที่แสนดี ไม่เคยคิดกับเธอเป็นอื่น รมิดาอยากเห็นแมนยูเติบโตขึ้นอย่างไม่มีปมด้อย และมีความสุขมากที่สุด สุริยนไม่อยากให้รมิดากังวลเกินไป เพราะแมนยูยังเด็กนัก แต่เขาก็รับปากจะช่วยเธอทุกเรื่อง.. เย็นวันหนึ่ง รมิดาเล่นกับแมนยูตามลำพัง เด็กน้อยเล่าว่าโดนเพื่อนล้ออีกแล้ว วันนี้อายมากเพราะโดนล้อต่อหน้า กำไล (เด็กหญิงปานรดา คเชนทร์กุล) เด็กหญิงเพื่อนสนิทวัยเดียวกัน รมิดาปลอบว่าเธอสามารถเป็นได้ทั้งพ่อและแม่ของแมนยู เด็กชายฟังอย่างไม่แน่ใจ ความคิดแวบหนึ่งเข้ามาในสมองเธอทันที......วันต่อมา แมนยูแปลกใจที่แม่ดาส่งเขาให้พี่เลี้ยงแล้วหายตัวไป สักพักขณะที่แมนยูกำลังเล่นเพลินๆ ในสนามหน้าบ้าน ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา แมนยูจ้องเขานิ่งเพราะไม่เคยรู้จักมาก่อน พอถามว่าเขาเป็นใคร ชายคนนั้นกลับหัวเราะเสียงใส ทำให้แมนยูแปลกใจและเริ่มกลัว เสียงหวานๆ บอกให้เด็กน้อยดูหน้าเขาให้ดี แมนยูจำได้แล้ว แม่ดานั่นเอง รมิดาหัวเราะชอบใจเมื่อลูกชายจำได้ เธอบอกว่า ในเมื่อรับปากจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้แมนยู เธอก็ต้องทำให้ได้ เด็กชายหัวเราะชอบใจพลางบอกจะเรียกเธอว่า “พ่อดาบ” เวลาแม่ดาแต่งตัวเป็นผู้ชาย สองแม่ลูกสัญญากันว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับที่รู้กันแค่สองคน วันหนึ่ง...สุริยนกับรมิดาปรึกษากันเรื่องจะเปิดร้านอาหาร สุเทพเคยฝันอยากเปิดร้านอาหารเล็กๆ ขายอาหารอร่อยมีคุณภาพในกรุงเทพฯ แต่หลังจากเกิดเรื่องที่มีคนตามฆ่าเมื่อหลายปีก่อนทำให้สุเทพไม่กล้าทำอะไร ให้โด่งดังนัก พอเริ่มดังมีคนรู้จัก มีสื่อมาสนใจ เขาก็ต้องพารมิดาหนีไปเปิดร้านที่อื่น เป็นอย่างนี้จนกระทั่งรมิดาโตเป็นสาว เมื่อสุเทพมั่นใจว่านัยนาไม่สนใจตนกับลูกแล้ว จนกระทั่งได้พบชาญศักดิ์ เขาจึงเลิกย้ายร้านหนีอีก แม้บิดาจะล่วงลับ แต่ความฝันของพ่อยังอยู่ในความทรงจำเสมอ....รมิดาอยากทำความฝันนี้ให้สำเร็จ แต่เมื่อสุริยนจัดการหาสถานที่จนถึงขั้นตอนทำสัญญา เธอกลับลังเล เพราะสุริยนตั้งใจให้เธอเปิดร้านในบริเวณพลาซ่าของโรงแรมสยามคอสโม โรงแรมที่แม่ดูแลและเป็นเจ้าของ รมิดาไม่อยากสนใจแม่ที่ใจดำทิ้งลูกไป แต่สุริยนรู้ดีว่าใจจริงแล้วรมิดาสนใจครอบครัวของตา ยาย และแม่มาก เขาสังเกตว่าเธอตัดข่าวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้ไว้หมด เพียงแต่ยังไม่ยอมรับเท่านั้นเอง ขณะที่รมิดาและสุริยนกำลังคุยกันเรื่องเปิดร้าน ชายแปลกหน้าคนหนึ่งก็เข้ามา เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อ ศัลย์ (วีรภาพ สุภาพไพบูลย์) เป็นน้องชายของสีดา มีศักดิ์เป็นน้าชายของแมนยู เขาได้รับมอบหมายจากพี่สาวซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของแมนยู ให้มารับเด็กชายไปอยู่อเมริกา รมิดาปฏิเสธทันที เธออ้างสิทธิ์ในการดูแลแมนยู สิทธิที่ชาญศักดิ์มอบไว้ให้ แต่ศัลย์กลับหัวเราะเยาะ เพราะเขาเองก็มีสิทธิ์อันชอบธรรมที่แม่แมนยูมอบให้เช่นกัน รมิดาถามว่าทำไมสีดาไม่มาเอง ศัลย์บอกว่าสีดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้ สีดารู้ข่าวการจากไปของชาญศักดิ์ เธอตั้งใจจะมารับลูกชายด้วยตัวเอง แต่ก็ต้องมาจากไปเสียก่อน ศัลย์เล่าต่อว่าสีดาสั่งกำชับให้เขามารับแมนยูให้ได้ เพื่อให้เด็กชายกลับไปรับมรดกของมารดา เธอสั่งจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ซึ่งศัลย์ตั้งใจว่าจะต้องทำตามความต้องการของพี่สาวให้ได้และจะทำทุก วิธี.....รมิดากับศัลย์เริ่มทะเลาะกันรุนแรงขึ้นจนสุริยนต้องห้าม และพยายามไกล่เกลี่ย ศัลย์ยอมกลับไปแต่ยืนยันว่า เขาต้องได้สิทธิ์ในการดูแลแมนยู วันต่อมา....สุริยนพารมิดากับแมนยูไปที่โรงแรมสยามคอสโม ด้วยความซุกซนเด็กชายวิ่งเล่นจนชนกับ เดือนฉาย (ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล) เธอตกใจเสียหลักล้มลง แต่ที่แย่ที่สุดก็คือ กระเป๋าถือแบรนด์เนมใบหรูตกลงไปในสระน้ำเล็กๆ ที่สวนหย่อม แมนยูรีบลุยน้ำไปเก็บมาคืนให้ แต่เดือนฉายกลับกรี๊ดๆ โวยวายจะเอาเรื่องแมนยูให้ได้ รมิดากับสุริยนได้ยินก็รีบเข้ามาเจรจา สุริยนรับปากจะชดใช้ให้ เขารู้ว่ากระเป๋ายี่ห้อดังรุ่นนี้ต้องสั่งจากเมืองนอก กว่าจะได้คงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่เดือนฉายไม่ยอม เธอยืนยันที่จะเอากระเป๋าคืนในสภาพเดิมและเดี๋ยวนี้ ผู้ใหญ่สามคนทะเลาะกันยุ่งไปหมด เดือนฉายเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ด้วยถือว่าตนเป็นลูกสาวของ ศิริ กับ นัยนา เจ้าของโรงแรมสยามคอสโม เธอดูถูกว่าสุริยนและรมิดาคงไม่มีปัญญาซื้อกระเป๋าของแท้มาคืนเธอแน่ๆ เดือนฉายเรื่องมากเพราะอยากเอาชนะนั่นเอง.....เรื่องราวทำท่าจะลุกลามใหญ่โต นัยนาและ ตะวัน (ภทรนันท์ จามิกรณ์) ลูกชายคนเล็กก็เข้า มาพอดี นัยนาพยายามไกล่เกลี่ย ในขณะที่ตะวันก็จ้องรมิดาตาไม่กะพริบ หนุ่มน้อยวัยสิบเก้ารู้สึกถูกชะตาสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าคนนี้เหลือเกิน เขาปิ๊งเธอเข้าอย่างจัง แอบบอกกับตัวเองว่านี่แหละรักแรกพบ รมิดาทำอะไรไม่ถูกเมื่อพบมารดาเป็นครั้งแรก คุณนัยนาดูสวยสง่าสมวัย พูดเพราะน้ำเสียงน่าฟัง เธอดูดีจนรมิดาไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้ คือแม่ใจร้ายที่ส่งคนไปฆ่าเธอกับพ่อ เมื่อกลับถึงบ้าน สุริยนก็แกล้งยั่วจนรมิดาฮึดสู้ ตกลงใจจะเปิดร้านอาหารที่โรงแรมสยามคอสโม เธออยากเอาชนะญาติฝ่ายแม่ทุกคน....ส่วนศัลย์ก็ให้คนสืบเรื่องรมิดา เพื่อหาทางได้สิทธิ์ดูแลแมนยู เขาจะต้องทำให้หลานชายไว้เนื้อเชื่อใจ และยอมตามเขาไปอยู่อเมริกา ศัลย์เชื่อว่าเด็กผู้ชายต้องมีพ่อเป็นต้นแบบ และเขามั่นใจว่าเขาทำได้ วันหนึ่ง...ศัลย์ไปหาแมนยูที่โรงเรียน ก็เห็นบอยผลักแมนยูล้มลง หน้าผากกระแทกก้อนหินแตกเป็นแผลลึก เลือดไหลน่ากลัว ศัลย์จะพาแมนยูส่งโรงพยาบาลเพราะต้องเย็บแผล ครูเวรรีบโทรบอกรมิดาทันที เมื่อรมิดามาถึงก็เจอศัลย์กำลังอุ้มแมนยูขึ้นรถ เธอตามเขาไปอย่างตกใจ ทั้งสองเถียงกันตลอดทาง ศัลย์ตำหนิรมิดาที่ไปรับแมนยูช้าจนเกิดเรื่อง เธอไม่มีคุณสมบัติในการเลี้ยงดูแมนยู รมิดาโกรธจนพูดไม่ออก เขาช่างเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจที่สุดตั้งแต่เธอเคยพบมา...เวลาผ่านไป...รมิดาและสุริยนช่วยกันดำเนินการจนรมิดาเปิดร้านอาหารที่โรงแรม สยามคอสโมได้ หญิงสาวตกแต่งร้านอย่างพิถีพิถัน ตั้งชื่อร้านเองว่า “กุหลาบขาว” เธอจำได้ว่าสุเทพชอบกุหลาบขาวมาก เปิดร้านอาหารกี่ร้าน ทุกร้านชื่อกุหลาบขาวเหมือนกันหมด วันเปิดร้าน นัยนาลงมาดูความเรียบร้อยและแสดงความยินดีกับผู้เช่ารายใหม่ เธออึ้งเมื่อเห็นชื่อร้านกุหลาบขาว ดอกไม้ที่เธอชอบเป็นชีวิตจิตใจ กุหลาบขาวทำให้เธอคิดถึงสุเทพ ชายหนุ่มผู้เป็นรักครั้งแรกของเธอ ลึกลงไปในใจ นัยนาคิดถึงสุเทพกับลูกสาวอยู่เสมอ หลังจากที่ วัลลภ (เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์) ซึ่งเป็นพี่ชายไปพรากเธอกลับมาทั้งๆ ที่เธอเพิ่งคลอด นัยนาพยายามหนีโดยให้ แจ่มจันทร์ (ปริษา ทนาวิวัฒน์) สาวใช้คนสนิทลอบออกไปติดต่อกับสุเทพ เพราะตัวเธอถูก “กัก” ไว้ในบ้าน แต่แจ่มจันทร์บอกว่าสุเทพไม่มาตามนัด ที่บ้านก็ย้ายหนีไปแล้ว นัยนาเสียใจจนล้มป่วยเป็นเดือน เธอหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เมื่อพ่อกับแม่อยากให้เธอแต่งงานใหม่กับศิริ เธอจำยอมเพราะไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจอีก....ชีวิตใหม่กับครอบครัวใหม่ของเธอ ดูเหมือนจะมีความสุข ทั้งที่ทุกข์จนพูดไม่ออก เพราะศิริไม่สนใจบริหารโรงแรมเลย เดือนฉาย ลูกสาวคนโตก็ไม่สนใจ ซ้ำร้าย พ่อกับลูกใช้เงินราวกับพิมพ์ธนบัตรได้เอง ศิริติดการพนัน เสียครั้งหนึ่งเป็นล้านๆ ส่วนเดือนฉายก็ใช้เงินฟุ้งเฟ้อ บ้าของแบรนด์เนม เสื้อผ้าต้องหรูแพงระยับ คงมีแต่ตะวันลูกชายคนเล็กเท่านั้น ที่ดูจะเข้าท่าหน่อย ตะวันกำลังเรียนบริหารการโรงแรม อยู่ปี 3 ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เขารักแม่มาก แต่ก็มีนิสัยติดจะดื้อรั้น ติดเพื่อน ใจร้อนตามประสาวัยรุ่น นัยนาพยายามเตือนศิริและเดือนฉายเรื่องการใช้จ่าย แต่สามีกับลูกสาวก็ไม่สนใจ หลงระเริงฟุ้งเฟ้อกันต่อไป ตะวันนำกุหลาบขาวช่อโตมาแสดงความยินดีกับรมิดา หญิงสาวกล่าวขอบคุณในความมีน้ำใจของเขา ตะวันแวะมาหารมิดาแทบทุกวัน เรียกว่าเป็นลูกค้าขาประจำก็ว่าได้ บางวันเขาก็มาช่วยสอนการบ้านแมนยู เสร็จแล้วก็ชวนกันไปเล่นฟุตบอล บางวันรมิดามีลูกค้าแน่นร้าน ตะวันก็เข้าไปช่วยงานในครัว ช่วยเสิร์ฟอาหารจนรมิดาเกรงใจ สุริยนแอบแซวรมิดาว่าโดนเด็กจีบ รมิดาหัวเราะเสียงใสบอกสุริยนว่า ยังไงก็เป็นไปไม่ได้ เพราะตะวันเป็นน้องชายต่างบิดาของเธอ...



    
เพลงประกอบละครคุณพ่อหวานแหวว


แจ้งคลิปเสีย [คลิก]
Share this article :
 
Support : Facebook | Youtube | Google+
Copyright © 2016. LakornTH. ดูละคร - All Rights Reserved
Template Created by LakornTH. ดูละคร Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger